2009年12月18日金曜日

タスク4_理解の難しい日本語コミュニケーション

タスク4

มีคำสั่งให้นิสิตนึกตัวอย่างภาษาญี่ปุ่นที่ตนเองฟังหรืออ่านมา
แล้วไม่เข้าใจ "ไม่เข้าใจ" ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงภาษาญี่ปุ่นนั้นมีคำศัพท์
หรือรูปไวยากรณ์ที่ยากทำให้ไม่เข้าใจ แต่เป็นความไม่เข้าใจว่าทำไมคนญี่
ปุ่นจึงมีวิธีการสื่อสารเช่นนั้น ไม่เข้าใจว่าคนญี่ปุ่นต้องการจะสื่ออะไร
จะเป็นตัวอย่างที่ตนเองประสบมา หรือได้ยินมาจากเพื่อนก็ได้ และให้
อธิบายว่าเหตุไฉนจึงรู้สึกว่าลักษณะการสื่อสารดังกล่าวไม่เข้าใจหรือยาก

タスクนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้นิสิตหันกลับไปมองภาษาที่เจ้าของภาษาใช้
และเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์การใช้ภาษาญี่ปุ่นกับเพื่อน และคิดหรือ
พยายามหาเหตุผลมาอธิบายลักษณะการสือสารในภาษาญี่ปุ่นที่ยากสำหรับ
ชาวต่างชาติ

นิสิตส่งตัวอย่างที่น่าสนใจผ่านทาง blackboard มามากมาย
ตัวอย่างที่นิสิตยกขึ้นมาถามและรู้สึกว่ายากที่สุดคือ

สำนวนที่นิสิตคิดว่ามีลักษณะไม่ชัดเจนทำให้ไม่เข้าใจว่าจะสื่อว่ามีความ
หมายตามตัวอักษรหรือความหมายที่ซ่อนอยู่

เช่น

การใช้คำว่า ちょっと

สถานการณ์ ชาวต่างชาิติคนหนึ่ง(เพื่อนนิสิต)นำเอาบทความวิชาการไปให้
อาจารย์ที่ปรึกษาชาวญี่ปุ่นอ่านเพื่อรับคำวิจารณ์ อาจารย์อ่านแล้วบอกว่า
この論文はちょっと。เพื่อนของนิสิตตีความว่ามีปัญหานิดหน่อยจึงนำ
กลับไปแก้เท่าที่จะทำได้ เมื่อนำเอามาให้อาจารย์อ่านอีกครั้ง อาจารย์ตก
ใจเพราะคำว่า この論文はちょっと。ในภาษาญี่ปุ่นไม่ได้มีความหมาย
ว่านิดหน่อย แต่แปลว่า "ใช้ไม่ได้" ชาวต่างชาติคนนั้นรู้สึกเสียเวลาแก้ไข
งานเพราะไม่เข้าใจความหมายที่ถูกต้อง

การใช้คำว่า いいよ
มีนิสิตหลายคนสงสัยการใช้คำว่า いいよ ว่าหมายถึง เชิญ โอเึค หรือ
จะแปลว่า ไม่เป็นไร ดี
สถานการณ์ นิสิตบอกคนญี่ปุ่นว่าจะเลี้ยงข้าว คนญี่ปุ่นตอบว่า いいよ
นิสิตเข้าใจว่าแปลว่าโอเค(เลียงได้) แต่พอตอนจะจ่ายเงินคนญี่ปุ่นกลับ
เป็นคนควักกระเป๋าจ่ายเงิน เลยสงสัยว่าจะรู้ได้อย่างไรว่าแปลว่าอะไร

การสังเกตความหมายของいいよสังเกตได้หลายอย่าง เช่นจากทำนอง
เสียง ถ้าเสียงค่อนข้างสูงตรง よ มีแนวโน้มว่าจะแปลว่า เชิญ โอเค
ได้ ถ้าเสียงค่อนไปทางต่ำหน่อยที่ よ มีแนวโน้มว่าจะแปลว่า ไม่เป็น
ไรมากกว่า แต่กฎนีไม่เสมอไป

อย่างไรก็ตาม ในสถานการณ์นี้ถึงแม้ว่าคนญี่ปุ่นอยากจะบอกว่าเชิญ
(เลี้ยงได้)ก็จะไม่มีทางใช้いいよ เพราะการสื่อสารของคนญี่ปุ่นจะ
ต้องเกรงอกเกรงใจ ไม่เบ่งและแสดงการอนุญาต(ให้ชาวบ้านเลี้ยงตน)
ได้ ดังนั้นก็จะไม่มีวันใช้いいよในความหมายนี้อยู่แล้ว หากอยากจะ
ให้คนเลี้ยงจริงๆก็อาจจะใช้คำว่า いいの?(จะดีหรือ) หรือพูดอย่าง
อื่นถามเพื่อความแน่ใจ หรือขอบคุณมากกว่า

สำนวนเชิญชวน
นิสิตหลายคนสงสัยว่าคนญี่ปุ่นชอบเชิญไปบ้าน ไม่ทราบว่าเป็นแค่
あいさつหรืออยากให้ไปจริง หรือตอนจะจากกันบอกว่า またタイ
に遊びにいくので、その時また会ってください。นิสิต
ฟังแล้วนึกว่ามีกำหนดจะมาไทยเร็วๆนี้ จึงรีบถามว่าเมื่อไหร่แต่จริงๆ
แล้วเป็นแค่คำทักทาย

กรณีนี้ต้องสังเกตว่าคนญี่ปุ่นพูดจริงหรือไม่ หากมีการพูดถึงเวลา
ที่จะเชิญหรือมาจริงก็คงจะจริง หากไม่มีก็คงเป็นแค่คำทักทาย


ตัวอย่างที่น่าสนใจมากคือตัวอย่างการแสดง配慮(เกินไป)ของ
คนญี่ปุ่น ซึ่งอ่านได้ที่BB ของวิจิตรา ตัวอย่างที่คล้ายกันและ
น่าสนใจคือ ตัวอย่างทีปรากฎในงานวิจัยของ笹川1996ที่ปรากฎ
ใน

笹川洋子 1996 「異文化の視点から見た日本語の曖昧性
-在日外国人留学生調査より-」 『日本語教育』
第89号 日本語教育学会

และเขียนไว้ดังนี้

●あるポルトガル人の女性(在日10年)はかつての教え子
 の結婚式に誘われた時、誘われたことは理解できたが
 「ご迷惑ではないでしょうか」等の否定的な表現が多く、
  自分が出席することを相手は喜んでいないのではないか
と感じ、出席を迷ったとインタビューに答えていた。
(笹川1996)
● おみやげをあげた時、「これを探すのは大変だったで
しょう」と言われた。その人が喜んでいるかどうか分から
なかった。(笹川1996)

เป็นการแสดงการเกรงอกเกรงใจที่ยากสำหรับชาวต่างชาติ(รวมทั้งคนไทย)
ด้วย

ในตอนท้ายจึงได้พูดถึงคำที่แสดงลักษณะของการสื่อสารในภาษาญี่ปุ่น
คือ 察する และ フォローする(相手の意図を読み取ること、
相手が話しやすい(返事しやすい)ようにフォローすること)
ซึ่งเป็นลักษณะการสื่อสารหนึ่งในภาษาญี่ปุ่นที่เข้าใจยากสำหรับชาวต่าง
ชาติ

สัปดาห์หน้าจะเป็นการนำเสนอของนิสิต นิสิตจะมาเล่าให้ฟังถึง目標ใน
การเรียนภาษาญี่ปุ่นของตนในภาคการศึกษานี้ และจะวางแผนและปฎิบัติ
อย่างไร และจะประเมินให้ได้ตรงกับแผนที่วางไว้อย่างไร

2009年12月10日木曜日

タスク3_ラブレターを書く

タスク3 ラブレターを書く นี้มีคำสั่งดังต่อไปนี้

あなたは男性です。名前は、茅野(ちの)大介(だいすけ)。19歳。
趣味はサーフィン。喫茶店でアルバイトをしています。その喫
茶店はある女子高生がお客さんとしてよく来る場所です。ほぼ
毎日同じ時間に顔を出す、その女子学生に恋をしてしまいまし
た。でも、彼女のことを何も知りません。名前も知りません。
仕事中、同僚の前で彼女の名前を聞くことはできませんし、話
しかけることもできません。しかし、彼女に自分の気持ちを告
白したいと思っています。彼女に手紙を書いてください。目標
は、① 彼女の名前をうまく聞き出すこと、② 自分の今の気
持ちをうまく伝えることです。

『名前も分からぬあなたへ』から文を書き始めてください。

การให้ทำ タスク ในครั้งนี้ไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อให้เขียนจดหมายรักให้
เก่งหรือเข้าใจง่ายเหมือนอย่างที่นิสิตได้ผ่านมาใน タスク1、タスク2

แต่タスク นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความอยากรู้ หรือความใส่ใจใน
สำนวนและรูปประโยค(ที่ภายหลังจะแจกให้อ่านตอนสุดท้ายของ
การทำタスク) แต่เหตุผลที่ต้องให้นิสิตลองคิดหรือเขียนออกมา
ก่อนเนื่องจากว่าต้องการเพิ่มความอยากรู้ให้กับนิสิตว่าจะต้องใช้
สำนวนอะไร และรูปประโยคอย่างไรในกรณีเช่นนี้

ได้ใช้วิธีการให้นิสิตช่วยกันเขียนและระดมสมอง โดยผู้สอนจะเป็นคน
เขียนลงในคอมพิวเตอร์และขึ้นจอให้นิสิตทุกคนได้เห็นขณะเขียน หาก
ไม่ทราบว่าจะเขียนอะไร เช่นไม่ทราบว่าจะใช้สำนวนอะไร ก็จะให้นิสิต
ข่วยกันแนะนำซึ่งกันและกัน นอกจากนี้กรณีที่ไม่แน่ใจกันทุกคน ผู้สอน
จะเป็นผู้แนะนำ resource หรือแหล่งค้นคว้าที่จะค้นสำนวนที่นิสิต
ต้องการจะสื่อ เช่น การหาสำนวนที่เหมาะสมผ่านทาง google JAPAN
และการใช้พจนานุกรมออน์ไลน์ของ Yahoo และ goo โดยหวังว่าวิธีการ
นี้จะทำให้นิสิตที่ไม่มีความมั่นใจในการเขียนภาษาญี่ปุ่นจะได้เรียนรู้
วิธีการเขียนของเพื่อนร่วมชั้น และเรียนรู้การหาข้อมูลด้วยตนเอง

แต่เนื่องจากเวลามีจำกัดทำให้นิสิตและอาจารย์เขียนจดหมายรักกัน
ไม่จบ(ยังไม่ได้บอกความรู้สึกทั้งหมด) และโอกาสที่จะใช้ resource
ก็ไม่มากนัก อย่างไรก็ตาม ผู้สอนคิดว่านิสิตเริ่มมีความอยากรู้ว่าตัวอย่าง
จดหมายที่เขียนควรเป็นอย่างไร ผู้สอนจึงได้แจกตัวอย่างจดหมายรักดัง
กล่าวให้ทุกคนไปอ่านที่บ้าน

อนึ่งได้นำเอาตัวอย่างมาจากนวนิยายของ 辻仁成 เรื่อง 代筆屋
มาใช้ใน タスク นี้

ในสัปดาห์ต่อมาวันที่ 8 ธันวาคม ได้อธิบายรูปประโยคและสำนวน
ที่ใช้ในจดหมาย ตัวอย่างจดหมายส่วนหนึ่งเช่น

ส่วนแรก
 あなたのことを何も知らないのに、今ぼくは名前も分からぬあな
たへ向かって手紙を書いています。それがどれほど無謀(むぼう)な
ことかは、分かっているつもり。仕事中は周囲に同僚もいるので話
しかけることができません。ほかによい方法を思いつかず、失礼を
承知で、このような手段に出ました。

ส่วนสุดท้าย
 あなたがこれを読んでいる頃、ぼくはきっとどきどきはらはらし
ながら待っている。そして明日はきっと目を真っ赤にして働いてい
るはずです。
 ぼくの声はあなたに届きましたか?
 最後にぼくの名前をここに記しておきます。これがぼくの名前です。

茅野大介(ちのだいすけ) 十九歳』

ในจุดนี้ผู้สอนจะเน้นการอธิบายรูปประโยคและสำนวนที่จำเป็นเพื่อให้
นิสิตได้เข้าใจ "ความ " ของจดหมายนั้นก่อน

หลังจากนั้น ผู้สอนได้แจกประโยคเดิมที่ให้อ่าน แต่ลบ 助詞 ที่
คาดว่านิสิตควรจะเรียนรู้และให้นิสิตทำอีกครั้ง (ในครั้งนี้ห้ามนิสิต
ดูตัวอย่างประโยคที่แจกตอนแรก) ตัวอย่างประโยคที่ให้ใส่ 助詞
ได้แก่

 あなたのことを何も知らないのに、今ぼくは名前も分からぬあな
たへ向かって手紙を書いています。それがどれほど無謀(むぼう)な
ことかは、分かっているつもり。仕事中は周囲( )同僚もいるの
で話しかけることができません。ほかによい方法( )思いつかず、
失礼( )承知で、このような手段( )出ました。

หลังจากนั้นก็แจกอีกแผ่น คราวนี้ลบส่วน 助詞ที่เป็น はและ が
และให้นิสิตเลือกว่าจะใช้ は หรือ が เชน

 あなた( )これを読んでいる頃、ぼく( )きっとどきどきは
らはらしながら待っている。そして明日( )きっと目を真っ赤に
して働いているはずです。
 ぼくの声はあなたに届きましたか?
 最後にぼくの名前をここに記しておきます。これ( )ぼくの名
前です。

โดยมีข้อแม้ว่าไม่ให้ดูตัวอย่างประโยคแผ่นแรกที่มี 助詞 ปรากฎอยู่อย่าง
เด็ดขาด

ปรากฎว่านิสิตทำไม่ค่อยได้ พอมาถึงจุดนี้จึงได้อธิบายการใช้助詞ที่นิสิต
เคยอ่านผ่านมาแล้ว แต่ในครั้งแรกไม่ได้สนใจด้วยวิธีการนี่คาดว่านิสิตจะมี
ความสนใจในรูปไวยากรณ์มากขึ้น และเป็นการสร้างนิสัยการฝึกสังเกตรูป
ไวยากรณ์ในบทอ่านต่อไป

ในวันนี้ได้อธิบายการใช้ 助詞 เช่น

(失礼を承知で)このような手段出ました。

การใช้ にที่แสดงการ "มุ่งไปสู่" "การเลือก"

และการใช้ は・が ในลักษณะนี้

最後にぼくの名前をここに記しておきます。これぼくの
名前です。

茅野大介(ちのだいすけ) 十九歳』

ทำให้ทราบว่ายังมีนิสิตที่ไม่เข้าใจการใช้ がในลักษณะดังกล่าวมาก
นิสิตส่วนมากพอเห็นคำว่า これ และ ぼくの名前 ก็จะเลือก は
ทันทีเพราะคุ้นเคยกับรูปประโยคดังกล่าว ใน タスク นี้ต้องการให้
นิสิตมีความสนใจในไวยากรณ์ทีต้องใช้บริบทมากขึ้น จึงได้อธิบาย
การใช้ が ในลักษณะดังกล่าว

ในสัปดาห์ต่อไป ได้มอบหมายงานหรือ タスク4ให้นิสิตรวบรวมตัว
อย่าง(ที่ตัวเองเคยประสบมาหรือได้ยินมาก็ได้)การใช้ภาษาญี่ปุ่นของ
คนญี่ปุ่นที่ "เข้าใจยาก "สำหรับชาวต่างชาติ เช่นที่มักจะกล่าวกันว่า
ภาษาญี่ปุ่นมีลักษณะกำกวมหรือเข้าใจยาก หรือคนญี่ปุ่นพูดไม่ตรง คน
ญี่ปุ่นสุภาพเกินไป คนญี่ปุ่นลังเล คนญี่ปุ่นมี あいづち มาก ฯลฯ สิ่ง
ที่เข้าใจยาก(จากการฟังและอ่าน)สำหรับนิสิตคืออะไร

2009年12月4日金曜日

การอ่าน blog ของนิสิต

หลังจากได้ทำกิจกรรมมาสองครั้ง ได้มอบหมายงานให้นิสิตไปเขียนความรู้สึก
สรุปสิ่งที่ตัวเองได้เรียนรู้ และหันกลับไปมองภาษาญี่ปุ่นของตัวเองใน
blogของแต่ละคน

ผู้สอนจะเข้าไปอ่าน blog ของนิสิตแต่ละคนโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ
1) ตรวจสอบความเข้าใจของนิสิตว่าเข้าใจภาษาญี่ปุ่นในทางที่ถูกต้องหรือไม่
2) เพื่อนำข้อมูลเกี่ยวกับภาษาญี่ปุ่นที่นิสิต(บางคน)ไปค้นคว้าต่อหรือยกขึ้น
มาเป็นข้อสังเกตมาแนะนำให้นิสิตคนอื่นช่วยคิด หรืออธิบายเพิ่มเติมในห้อง
3) เพื่อทำเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการเรียนรู้ของนิสิตและำจะได้นำไปออกแบบ
กิจกรรมในครั้งต่อไป

blog ของนิสิตในวิชานี้ จำนวน 22 คนได้แก่

http://saru-japling.exteen.com/
http://cherryroseapple.blogspot.com
http://meiimeii-meii.blogspot.com/
http://iffaa.blog128.fc2.com/
http://chubbyminto.blogspot.com/
http://appliedling.wordpress.com
http://songsung.exteen.com/
http://airinz-pf.blogspot.com/
http://topsii-turvii.blogspot.com
http://amara-pang.exteen.com/
http://jazzyalice.exteen.com/
http://akz-lita.exteen.com
http://arnon-log.blogspot.com/
http://aftertherainyday.blogspot.com/
http://teekanya.blog128.fc2.com
http://milkymookyajl.wordpress.com/
http://anew-2moonspace.blogspot.com/
http://sireemas.exteen.com
http://blog.livedoor.jp/japanisch_liebhaber/
http://cherryroseapple.blogspot.com/
http://sutheethida.blogspot.com/2009/11/blog-post.html
http://giftkavita.blogspot.com

มีการเสนอมุมมองที่น่าสนใจหลายเรื่องเช่น

ใน http://saru-japling.exteen.com/

นิสิตบังเอิญไม่เห็นอาจารย์ท่านหนึ่งตอนขึ้น BTS
เมื่ออาจารย์เดินมาทัก นิสิตจึงกล่าวขอโทษว่า 先生が見えません。
すみませんでした。หลังจากนั้นนิสิตจึงมาคิดได้ว่าไม่ใช่สำนวน
ที่ถูกต้อง การอ่าน blog ของนิสิตทำให้เข้าใจปัญหาของนิสิตและ
ทราบกระบวนการคิด สังเกต ของนิิสิต

นอกจากนี้ภายหลังการทำกิจกรรม มีนิสิตจำนวนมากที่เกิดความสง
สัยว่า ~さ(例:あのさ、実はさ)หมายถึงอะไรและใช้ยัง
ไง

หรือสงสัยว่า ~わけ ต่างกับ ~ということ ยังไง

คำถามเหล่านี้ส่วนมากนิิสิตจะพยายามหาคำตอบและเขียนสรุป
ไว้อย่างน่าสนใจ กรณีที่ยังไม่ตรงประเด็นผู้สอนจะนำเอาเรื่องที่
นิสิตยกขึ้นมานี้ไปคุยในชั้นเรียน ถามความเห็นของเืพื่อนในห้อง
อีกครั้ง

ขณะนี้จะพยายามกระตุ้นให้นิสิตหันมาอ่านblogของเพื่อนๆใน
ชั้นเรียนด้วย วิธีหนึ่งคือประกาศ blog ดีเด่นประจำสัปดาห์
เพื่อกระตุ้นให้นิสิตอยากทำ blog ต่อไป เรียนรู้คำถามและ
คำตอบจากเพื่อนร่วมชั้น

ในครั้งหน้าจะเป็นการทำกิจกรรมครั้งที่ 3 จะให้นิสิตเขียนจด
หมายรัก และจะดูการใช้ไวยากรณ์ของจดหมายนั้น
(focus on form)

2009年11月24日火曜日

タスク2_ストーリーテリング

タスク2 ストーリーテリング
~面白く話をするコツ~


วันที่17พฤศจิกายนให้นิสิตเล่าเรื่องสดเป็นภาษาญี่ปุ่นโดยให้ดูภาพการ์ตูน
สี่ช่องให้เวลาประมาณหนึ่งนาที หลังจากนั้นให้นิสิตเล่าเรื่องจากภาพและ
ให้อัดเสียงของตนลงในเครื่องอัดเทป โดยให้เงื่อนไขว่าให้เล่าเรื่องในภาพ
ให้เพื่อนสนิทฟังและ(พยายาม)เล่าให้สนุก การ์ตูนที่ใช้คือ



หลังจากนั้นให้นิสิตกลับไปถอดเสียงตัวเองที่อยู่ในเครื่องอัดเสียง พิมพ์ใส่กระดาษมา

วันที่ 24 พฤศจิกายนเมื่อนิสิตนำเอากระดาษที่เขียนสิ่งที่ตัวเองพูดมา
ให้นิสิตจับกลุ่มกันกลุ่มละ 5 คน ให้นิสิตพูดคุยกันถึงปัญหาภาษาญี่ปุ่นของตนดังนี้

1. ในตอนนั้นต้องการพูดอะไร และพูดอะไร
ไม่ได้ ตัวเองพูดไม่ได้ และเพื่อนพูดได้ไหม เพื่อนใช้สำนวนอะไร
2. ไวยากรณ์และสำนวนที่ต้องการสื่อแต่นึกไม่ออกคืออะไร
3. ให้เพื่อนอ่านงานของตนและแก้ไขไวยากรณ์และสำนวน
4. จะพูดให้สนุก จะต้องพูดอย่างไร

หลังจากการพูดคุยของนิสิตทำให้ทราบว่านิสิตมีปัญหาดังต่อไปนี้
1. คำศัพท์และสำนวน เช่น หัวล้าน (ใส่)วิก
2. การใช้คำลงท้าย คำช่วย ควรใช้อย่างไร
3. การบรรยายตอนไคลแมกซ์ของเรื่องทำได้ไม่ดีพอ ทำให้ขาดรสชาติ
4. ขาดสำนวนชักจูงผู้ฟังเช่น ねえ、知っている?、どうなると思う?
  大ピンチでしょ?ฯลฯ

หลังจากนั้นให้นิสิตฟังเทปการพูดเล่าเรื่องของคนญี่ปุ่นที่เล่าเรื่องจากการ์
ตูนเรื่องเดียวกัน เพื่อให้นิสิตเห็นความแตกต่างระหว่างภาษาของตนเองและ
ภาษาที่เป็นเป้าหมาย(ภาษาญี่ปุ่น)สังเกตจุดบกพร่องของตัวเอง และเรียนรู้
การเล่าเรื่องของคนญี่ปุ่นด้วยการสังเกต(ด้วยตนเอง)

นิสิตจะได้สังเกตการใช้คำศัพท์ และสำนวน การใช้คำลงท้าย การใช้
สำนวนในการอธิบายเรื่อง กลยุทธ์การชักจูงผู้ฟัง การใช้ไวยากรณ์
ถูกกระทำ ฯลฯ

การบ้านในวันนี้ให้นิสิตเขียนบันทึกว่าตนเองได้เรียนรู้อะไรจากการทำ
タスク2นี้ การเล่าเรื่องที่ดีในภาษาญี่ปุ่นควรเป็นอย่างไร การใช้คำลง
ท้ายเป็นอย่างไร

จุดประสงค์ของการทำ タスク นี้คือให้นิสิตสังเกตภาษาของเจ้าของ
ภาษาและค้นหาจุดบกพร่องของตนเองในภาษาพูด

ความรู้สึกหลังจากการทำタスク ในลักษณะ タスク先行型 มาสอง
ครั้ง ทำให้เริ่มรู้สึกว่านิสิตเริ่มคุ้นเคยกับวิธีการสอนแบบนี้มากขึ้น นิสิต
เริ่มเขียนใน blog ของตนได้ดีขึ้น และแสดงการหันกลับไปพิจารณาไตร่
ตรองภาษาของตนมากขึ้น
 

2009年11月18日水曜日

タスク1_必要な情報/不必要な情報を考えました

วันนี้ได้พูดคุยและทำการ FB(Feedback) เมล์ที่นิสิตส่งมาในการทำ
タスク1 

สิ่งที่ต้องการให้นิสิตได้ในวันนี้คือ การเลือกข้อมูลที่ใช้เขียนในเมล์
โดยคำนึงถึงผู้อ่าน (相手の立場)

บางครั้งนิสิตเขียนข้อมูลไม่เพียงพอ ไม่ชัดเจน
บางครั้งนิสิตเขียนข้อมูลมากเกินไป(ไม่ต้องบอกเขาก็ได้)

ตัวอย่างประโยคที่นิสิตเขียนข้อมูลไม่ชัดเจนเ่ช่น

詳しい情報を教えてください。
→ ช่วยบอกรายละเอียด แล้วรายละเอียดเกี่ยวกับอะไร อยากรู้อะไร
5年ほどギターのレッスンを受けてきました。
→ คนที่เรียนมาห้าปี แต่เรียนอาทิตย์ละกี่ครั้งกับใครที่ไหน ระดับก็อาจ
จะต่างกัน ควรบอกข้อมูลที่ช่วยให้ผู้สอนตัดสินใจได้ว่าเราอยู่ระดับใด
เช่นใช้ตำราอะไรอยู่ เล่นเพลงอะไรได้ เคยไปสอบวัดระดับมาหรือไม่
เคยแสดงงานที่ไหนหรือไม่ ฯลฯ
山内先生が教えてくださったら、とてもいい経験になると思
います。お手数
ですが、時間、料金、場所について教えてください。
→ คำว่า いい経験になる、役に立つと思います เป็นคำที่นิสิต
ชอบใช้ แต่ในภาษาญี่ปุ่นกว้างเกินไป ควรจะเจาะจงลงไปว่าจะมีผลดี
อย่างไร อยากทำอะไรได้วัตถุประสงค์ที่จะมาเรียนกับอาจารย์คนนี้
เพราะอะไร

นอกจากนี้นิสิตบางคนไม่ลงชื่อ สิ่งนี้สำคัญมาก หากไม่ลงชื่อผู้อ่านจะตอบ
ได้อย่างไร

ตัวอย่างประโยคที่นิสิตเขียนข้อมูลมากเกินไป(ไม่จำเป็นต้องบอกก็ได้)

今、もう5年ほどフラメンコギターをがんばって勉強し続けています。
→ ไม่จำเป็นต้องใส่คำว่า 今、もうลงไปมากเหมือนภาษาไทย ภาษาญี่ปุ่น
แสดงกาลและการณ์ในการผันกริยาแล้ว ไม่จำเป็นต้องบอกผู้อ่านว่าพยายามเรียนมานานแล้ว

きのう、山内修二先生のホームページに書いてある「個人レッスン
を引き受ける」を見ました。
→ ไม่จำเป็นต้องบอกว่าดูเมื่อวาน อาจจะบอกกว้างๆว่า 先日 หรือไม่ต้องบอกก็ได้

นิสิตบางคนจะเขียนความรู้สึกที่ตนเองมีต่ออาจารย์ 山内修二 มากเช่น
เคารพมากหรือชอบเสียงกีตาร์อาจารย์มาก หลงใหลอาจารย์มานานมาก
ข้อมูลประเภทนี้มีพอหอมปากหอมคอก็ดี ไม่ควรจะมีมาก (ยังไม่รู้จักอาจารย์
ดีเลย จะบอกได้อย่างไรว่าเคารพหรือ 尊敬 อาจารย์)

คราวหน้าจะพูดถึงไวยากรณ์เช่น การใช้ ~から และ ので
นิสิตหลายคนชอบใช้ ~から ในการแสดงเหตุผล เช่น

私は伴奏家として仕事をしたいと思っているから、
もっとフラメンコギターを習いたいです。

私は先生のファンですから、先生と習いたいです。

นอกจากนี้ สังเกตเห็นปัญหาการใช้คำช่วยของนิสิตมาก

นิสิตบางคนยังผิดคำช่วยในระดับชั้นต้นผิดอยู่มาก จะต้องให้ระวัง
เรื่องการใช้คำช่วยให้มากขึ้น 

2009年11月11日水曜日

「タスク1_ギタリスト」1回目の活動

เรื่อง ความรู้สึกหลังจากให้นิสิตทำกิจกรรมครั้งที่หนึ่ง

รายละเอียด タスク1:相手は何を知っているか?

(อ้างอิงจาก 野田尚史2005『なぜ伝わらない!その日本語』岩波書店
を参考)
あなたの趣味はフラメンコギターです。もう5年ほどレッスンを受
けていて、将来はフラメンコ舞踊の伴奏家として仕事をしたいと思っ
ています。あるとき、尊敬している有名なギタリスト、山内修二のホ
ームページを見ると、「個人レッスンを引き受ける」「詳しいことは
メールか電話で問い合わせを」書いてありました。山内修二さんにメ
ールを送って問い合わせてください。

ตัวอย่างหนึ่งที่นิสิตเขียนมา

山内さんへ

 はじめまして。私はタイの~と申します。でも、日本語は
話せます。今、もう5年ほどフラメンコギターをがんばって
勉強し続けていました。私は山内さんの本当のファンです。
将来はフランメンコ舞踊の伴奏家として仕事をしたいのは夢
なんです。そのために、山内先生と個人レッスンを受けさせ
ていただけるなら、とてもいい経験になれると思います。

 個人レッスンの詳しい情報を知りたいですが、日時、場所、
授業料を教えていただけませんか。それに、レッスンに応募
する方法はどうしたらよろしいでしょうか。

 お返事を待っていますが、どうぞよろしくお願いいたし
ます。

~より


ให้นิสิตเขียนเมล์ถึง山内修二さんภายในเวลาสิบห้านาที
หลังจากนั้นให้แลกกับเพื่อนอ่าน ให้เพื่อนอ่านเหมือนกับว่าตนเองเป็น 山内修
二さんและแนะนำว่าเพื่อนที่เขียนว่าหาก山内修二さんได้อ่านแล้วจะรู้สึก
ยังไง เช่นอยากได้ข้อมูลใดเพิ่มเติม หรืออยากให้เขียนแบบไหน ฯลฯ

ผลการทำกิจกรรม

นิสิตพูดคุยและแลกเปลี่ยนความเห็นกันราวสิบห้านาที แต่เนื่องจากเป็นครั้ง
แรกยังพบว่านิสิตหลายคนยังไม่คุ้นเคยกับการให้คอมเมนต์กับเพื่อนซึ่งคิด
ว่าจะดีขึ้นหากทำกิจกรรมในลักษณะนี้ต่อไป

สิ่งที่ไม่มีนิสิตใดกล่าวถึงในเมล์ของตนคือ การเล่ารายละเอียดว่าตนเรียน
มาห้าปีนั้น เรียนได้จนถึงระดับใด เรียนกับใครเรียนสัปดาห์และกี่ครั้ง

นิิสิตส่วนมากให้ความสำคัญกับการพูดถึงว่าตนเป็นแฟนของ 山内修二
さん และนิสิตบางคนไม่ได้บอกถึงสิ่งทีตนเองอยากรู้(คำถาม)อย่างชัด
เจน เช่นแค่เขียนว่า詳しい情報を教えてください เท่านั้น

มีความเห็นที่ต่างกันในเรื่องของการระบุเวลา นิสิตบางคนคิดว่าไม่ควร
ระบุเวลาที่เราสะดวกลงไปในเมล์เพราะเป็นการบังคับให้ผู้อ่านต้องจัดเวลา
ให้เข้ากับตน แต่นิสิตบางคนคิดว่าควรแจ้งเวลาที่เราสะดวกเรียนลงไป
ด้วยเลยจะทำให้ผู้อ่านเข้าใจสถานการณ์เราแล้วตอบเมล์ได้ง่ายขึ้น(จำนวน
การต้องมาตอบเมล์ก็จะน้อยลง)


สำนวนที่นิสิตส่วนใหญ่ใช้ผิดหรือไม่ค่อยเหมาะสม

×山内修二さんへ
○山内修二様
○山内修二先生

×先生のHPに会ってしまいました。
○先生のホームページを見て~と思いました。


△お返事を待っていますので、よろしくお願いします。
○お返事は急ぎませんので、よろしくお願いします。


△ご迷惑をかけてしまいますが、お返事をお願いします。
○お手数ですが、レッスンを受けさせていただけるかどうか、
 お知らせいただけませんでしょうか。


ในครั้งต่อไปจะให้นิสิตอ่านตัวอย่างการเขียนที่ไม่ดี และดี และให้คิดว่า
ทำไมจึงไม่ดีและไม่ดี หลังจากนั้นจะให้ ピントเรื่องไวยากรณ์ สำนวน
หรือคำช่วยที่ไม่เหมาะสม และพูดคุยกันเรื่อง 必要な情報、不必要な
情報 ในชั้นเรียน