2009年11月24日火曜日

タスク2_ストーリーテリング

タスク2 ストーリーテリング
~面白く話をするコツ~


วันที่17พฤศจิกายนให้นิสิตเล่าเรื่องสดเป็นภาษาญี่ปุ่นโดยให้ดูภาพการ์ตูน
สี่ช่องให้เวลาประมาณหนึ่งนาที หลังจากนั้นให้นิสิตเล่าเรื่องจากภาพและ
ให้อัดเสียงของตนลงในเครื่องอัดเทป โดยให้เงื่อนไขว่าให้เล่าเรื่องในภาพ
ให้เพื่อนสนิทฟังและ(พยายาม)เล่าให้สนุก การ์ตูนที่ใช้คือ



หลังจากนั้นให้นิสิตกลับไปถอดเสียงตัวเองที่อยู่ในเครื่องอัดเสียง พิมพ์ใส่กระดาษมา

วันที่ 24 พฤศจิกายนเมื่อนิสิตนำเอากระดาษที่เขียนสิ่งที่ตัวเองพูดมา
ให้นิสิตจับกลุ่มกันกลุ่มละ 5 คน ให้นิสิตพูดคุยกันถึงปัญหาภาษาญี่ปุ่นของตนดังนี้

1. ในตอนนั้นต้องการพูดอะไร และพูดอะไร
ไม่ได้ ตัวเองพูดไม่ได้ และเพื่อนพูดได้ไหม เพื่อนใช้สำนวนอะไร
2. ไวยากรณ์และสำนวนที่ต้องการสื่อแต่นึกไม่ออกคืออะไร
3. ให้เพื่อนอ่านงานของตนและแก้ไขไวยากรณ์และสำนวน
4. จะพูดให้สนุก จะต้องพูดอย่างไร

หลังจากการพูดคุยของนิสิตทำให้ทราบว่านิสิตมีปัญหาดังต่อไปนี้
1. คำศัพท์และสำนวน เช่น หัวล้าน (ใส่)วิก
2. การใช้คำลงท้าย คำช่วย ควรใช้อย่างไร
3. การบรรยายตอนไคลแมกซ์ของเรื่องทำได้ไม่ดีพอ ทำให้ขาดรสชาติ
4. ขาดสำนวนชักจูงผู้ฟังเช่น ねえ、知っている?、どうなると思う?
  大ピンチでしょ?ฯลฯ

หลังจากนั้นให้นิสิตฟังเทปการพูดเล่าเรื่องของคนญี่ปุ่นที่เล่าเรื่องจากการ์
ตูนเรื่องเดียวกัน เพื่อให้นิสิตเห็นความแตกต่างระหว่างภาษาของตนเองและ
ภาษาที่เป็นเป้าหมาย(ภาษาญี่ปุ่น)สังเกตจุดบกพร่องของตัวเอง และเรียนรู้
การเล่าเรื่องของคนญี่ปุ่นด้วยการสังเกต(ด้วยตนเอง)

นิสิตจะได้สังเกตการใช้คำศัพท์ และสำนวน การใช้คำลงท้าย การใช้
สำนวนในการอธิบายเรื่อง กลยุทธ์การชักจูงผู้ฟัง การใช้ไวยากรณ์
ถูกกระทำ ฯลฯ

การบ้านในวันนี้ให้นิสิตเขียนบันทึกว่าตนเองได้เรียนรู้อะไรจากการทำ
タスク2นี้ การเล่าเรื่องที่ดีในภาษาญี่ปุ่นควรเป็นอย่างไร การใช้คำลง
ท้ายเป็นอย่างไร

จุดประสงค์ของการทำ タスク นี้คือให้นิสิตสังเกตภาษาของเจ้าของ
ภาษาและค้นหาจุดบกพร่องของตนเองในภาษาพูด

ความรู้สึกหลังจากการทำタスク ในลักษณะ タスク先行型 มาสอง
ครั้ง ทำให้เริ่มรู้สึกว่านิสิตเริ่มคุ้นเคยกับวิธีการสอนแบบนี้มากขึ้น นิสิต
เริ่มเขียนใน blog ของตนได้ดีขึ้น และแสดงการหันกลับไปพิจารณาไตร่
ตรองภาษาของตนมากขึ้น
 

0 件のコメント:

コメントを投稿